ชื่อหลักสูตร
ภาษาไทย        หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
ภาษาอังกฤษ    Bachelor of Science Program in Medical Technology
 
ชื่อปริญญา
ภาษาไทย        วิทยาศาสตร์บัณฑิตเทคนิคการแพทย์ (วท.บ.เทคนิคการแพทย์)
ภาษาอังกฤษ    Bachelor of Science Program in Medical Technology (ฺB.Sc.MT)

หลักการและเหตุผล

          ประเทศไทยได้ดำเนินการปฎิรูประบบบริการสุขภาพ และประกาศใช้พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพมาตั้งแต่ พ.ศ.2545 มีเป้าหมายให้บุคคลมีความเสมอภาคในการได้รับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน และผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับการรักษาจากสถานบริการสุขภาพของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้ประชาชนทุกคนได้รับบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

          เทคนิคการแพทย์เป็นวิชาที่ต้องใช้ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัยโรคทางห้องปฏิบัติการ เพื่อที่จะช่วยผู้ป่วยให้ได้รับการดูแลรักษา และแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และทันท่วงที

          กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้มีจำนวนนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน/ประชากร 10,000 คน แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน โรงพยาบาลหลายแห่ง โดยเฉพาะของรัฐ ยังมีปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยปัจจุบันมีอัตราส่วนนักเทคนิคการแพทย์ 1 คน/ประชากร 70,368 คน อันเป็นเหตุให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับบริการไม่เพียงพอ และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

 

หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต พ.ศ.2554

หมวดวิชา  หน่วยกิต
 1.หมวดวิชาสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 30 
    1.1 กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์
    1.2 กลุ่มวิชาภาษา 15 
    1.3 กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
    1.4 กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
 2.หมวดวิชาเฉพาะด้าน 111 
    2.1 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน 22 
    2.2 กลุ่มวิชาพื้นฐานอาชีพ 23
    2.3 กลุ่มวิชาชีพ 66
3.หมวดวิชาเลือกเสรี 6
รวม 147                        
 

1.เป็นผู้สาเร็จการศึกษาหรือกาลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ (สาหรับผู้สมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี) จากหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรองหรือนักเรียนที่สาเร็จการศึกษาจากต่างประเทศไม่เคยต้องโทษตามคาพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทาโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ

2.เป็นผู้สาเร็จการศึกษาหรือกาลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า (สาหรับผู้สมัครเข้าศึกษาระดับประกาศนียบัตรผู้ช่วยฯ) จากหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรอง หรือ นักเรียนที่สาเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ ไม่เคยต้องโทษตามคาพิพากษาของศาล เว้นแต่กรณีโทษนั้นเกิดจากความผิดอันได้กระทาโดยประมาท หรือความผิดอันเป็นลหุโทษ

3.มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.50

4.ผู้สมัครต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรคหรือความพิการ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังต่อไปนี้

4.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง/หรือผู้อื่น รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่นๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

4.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวรต่อการปฏิบัติงานและการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

4.3 เป็นโรคติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

4.4 มีความพิการทางร่างกายอันอาจเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

4.5 มีความผิดปกติในการมองเห็นภาพ โดยมีอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง คือ

4.5.1 ตาบอดสีชนิดรุนแรงทั้งสองข้าง โดยได้รับการตรวจอย่างละเอียดแล้ว

4.5.2 ระดับการมองเห็นในตาข้างดี แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40

4.6 มีความผิดปกติในการได้ยิน คือ

4.6.1 มีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์ หรือสูงกว่า 40 เดซิเบล ของหูทั้ง 2 ข้าง

4.6.2 ความสามารถในการแยกเเยะคำพูด (Speech Discrimination Score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จาก ความผิดปกติของประสาทและเซลล์ประสาทการได้ยิน (Sensorineural Hearing Loss)

4.7 โรคหรือความพิการอื่นๆซึ่งมิได้ระบุไว้ที่ผู้ตรวจร่างกายเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงานและ การประกอบวิชาชีพเวชกรรม

1.ค่าลงทะเบียน 120,000 บาท/ปี (เรียน 4 ปี รวมทั้งสิ้น 480,000 บาท)

2.ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 23,000 บาท

3.ค่าหอพัก (ไม่มีเครื่องปรับอากาศ) 1 ห้องพักได้ 2 คน 12,000 บาท/ปี
   ค่าประกันหอพัก 3,000 บาท

***ไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ***

มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดระบบการชำระเป็นแบบเหมาจ่าย ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาตลอดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเทคนิคการแพทย์ เป็นจานวนเงิน 480,000 บาท นิสิตสามารถแบ่งชำระเป็นภาคการศึกษาละ 60,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 ปี ตามประกาศของมหาวิทยาลัยฯ

นิสิตต้องชำระรายการ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า รวมเป็นเงิน 23,000 บาท ในวันที่สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ กรณีที่สอบผ่าน หากมีความประสงค์จะขอกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษา (กยศ/กรอ) และมีคุณสมบัติครบถ้วนถ้วนตามประกาศของกองทุนฯ โดยกองทุนฯกำหนดให้กู้ยืมค่าเล่าเรียนไม่เกินปีละ 90,000 บาท ค่าครองชีพไม่เกินปีละ 26,400 บาท

ดังนั้น นิสิตจะต้องชำระส่วนต่างจำนวน 15,000 บาท/ภาค เมื่อชำระค่าสมัคร ค่าธรรมเนียมการศึกษา ตลอดจนชำระค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนแล้ว ภายหลัง ไม่ประสงค์จะเข้าศึกษา หรือ ต้องการสละสิทธิ มหาวิทยาลัยฯ ขอสงวนสิทธิในการคืนค่าใช้จ่าย ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

ตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ยืม กยศ.           ตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ยืม กรอ.
1.Medical Technologist: นักเทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลรัฐบาล และเอกชน และ บริษัทห้องปฏิบัติการเอกชน และห้องปฏิบัติการส่วนตัวที่เปิดขึ้นเอง
2.Scientist: นักวิทยาศาสตร์ ในบริษัทเอกชน สถาบันวิจัย หรือมหาวิทยาลัย
3.Researcher: นักวิจัย ในบริษัทเอกชน สถาบันวิจัย หรือมหาวิทยาลัย
4.Sale Representative: ผู้แทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ น้ำยา เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ หรือการแพทย์ ในบริษัทเอกชน
5.Product Specialist: ผู้เชี่ยวชาญ ผลิตภัณฑ์ น้ำยา เครื่องมือทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ หรือการแพทย์ ในบริษัทเอกชน

Go to top